top of page

Dynatrace AI ช่วยในการวิเคราะห์ SLOและสามารถระบุสาเหตุของปัญหาในเชิงรุก

ในปัจจุบันเป็นยุคที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้องค์กรต่างๆต้องเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ เพื่อหาโซลูชันใหม่ๆมารับมือกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน อาทิ เช่น Covid-19 ที่กระทบต่อชีวิตของผู้คนทั่วโลก ทำให้ผู้คนต้องหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน องค์กรต่างๆมีการแข่งขันที่สูงมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางด้านเทคโนโลยีที่มากขึ้น และขับเคลื่อนธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น องค์กรต่างๆจึงเริ่มมีการทำระบบที่เรียกกันว่า SRE หรือชื่อเต็มคือ Site Reliability Engineering มาเพื่อพัฒนาและวัดคุณภาพของเทคโนโลยีภายในองค์กร ซึ่ง SRE จะมีแยกย่อยเป็น 3 ส่วน ดังต่อไปนี้ - Service-Level Indicator (SLI) คือ สิ่งที่เราต้องการวัดหรือสังเกตการณ์ จะเป็นตัวที่เราจะกำหนดเกณฑ์ประเมินคุณภาพของแอพพลิเคชั่น ทั้งนี้เกณฑ์ที่ดีควรจะมีค่าเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์ % เพื่อให้ง่ายต่อการกำหนดเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น การตั้งเกณฑ์ในเรื่องของ Success rate ของแอปพลิเคชัน - Service-Level Objective (SLO) คือ เป้าหมายของ SLI โดยเราจะตั้งเกณฑ์ในการประเมินประสิทธิภาพของระบบภายในองค์กร เพื่อวัดผลความพึงพอใจและความสำเร็จของระบบ - Service-Level Agreement (SLA) คือ ข้อกำหนดที่เราตั้งไว้กับผู้ใช้งานจริง เป็นข้อกำหนด SLO ระหว่างองค์กรกับผู้ใช้งาน ซึ่งหากไม่ถึงเกณฑ์จะมีผลกระทบต่อองค์กร ที่องค์กรต้องรับผิดชอบและแก้ไขปัญหาเพื่อในระบบสามารถดำเนินต่อไป ในเรื่องที่จะกล่าวกันต่อไปนี้ จะเป็นเรื่องของการนำ AI Dynatrace มาประยุกต์ใช้งานร่วมกับ SRE ภายในองค์กร

Dynatrace เป็น Application Performance Monitoring ที่สามารถมอนิเตอร์ประสิทธิภาพของระบบแบบครบวงจร รวมถึงสามารถนำเสนอในด้าน SRE จึงสามารถตอบโจทย์องค์กรต่างๆที่ต้องการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การมี Dynatrace AI มาตอบโจทย์ในเรื่องของ SRE และช่วยลดระยะเวลาในการจัดการปัญหา ทำให้ทีมพัฒนาแอปพลิเคชันทำงานได้ง่ายขึ้น โดย AI Davis ของ Dynatrace จะเป็นตัวที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและชี้จุดที่เป็นต้นตอของปัญหาภายในระบบที่มีผลกระทบต่อ SLO ได้แบบ real time

Dynatrace จะมาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร

ถึงแม้ว่า SLO ขององค์กร ณ ตอนนี้อาจจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี หรือมีปัญหาเกิดขึ้นภายในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น หรืออาจจะยังไม่มีผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม Davis AI อัจฉริยะที่พัฒนาโดย Dynatrace จะช่วยวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่จะมีผลเกิดขึ้นในอนาคตได้ เพื่อที่เราจะได้ปรับปรุงพัฒนาระบบให้รองรับความเสี่ยงที่จะตามมาได้ โดย Dynatrace จะช่วย Detect ปัญหา แจ้งเตือนให้ทีมงานรับรู้แบบ real time และชี้ root cause อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ทำให้ลดเวลาในการหาสาเหตุของปัญหา ทำให้มีเวลาในการพัฒนาระบบมายิ่งขึ้น เพราะ Dynatrace สามารถเข้าใจ Flow การทำงานของแอปพลิเคชันชันได้อัตโนมัติ

จากภาพจะเห็นได้ว่า SLO เป็น 100% ซึ่งถ้ามองคร่าว ๆ เราอาจจะคิดว่าตอนนี้ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไรเพิ่มเติมแล้ว แต่ว่า Dynatrace จะมองลึกไปมากกว่านั้น มันจะเห็นว่ามีสิ่งที่อาจจะทำให้มีผลกระทบในระยะยาวหรือในอนาคตได้ จึงมีการแจ้งเตือน เพื่อให้เราแก้ไขก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ เพียงแค่คลิกที่หน้า Display เพียงคลิกเดียว สามารถบอกถึงทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดจนสามารถระบุถึงผลกระทบเชิงลบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต Dynatrace AI วิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อ SLO

เราสามารถเจาะลึกถึงปัญหาที่มีผลกระทบต่อ SLO ได้ เพียงคลิกที่ Display ดังที่กล่าวข้างต้น ซึ่งจะพาเราไปดูถึงลำดับเหตุการณ์ของปัญหา และระบุ root cause ของปัญหาได้อย่างชัดเจน ในฟีเจอร์นี้จะช่วยลดขั้นตอนและเวลาที่จะใช้ในการแก้ปัญหา รวมถึงยังช่วยบอกถึงปัญหาที่เราอาจจะมองข้ามไป จึงทำให้ทีม SRE และ DevOps สามารถทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้นและมีการพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น จากบทความข้างต้น เราสามารถมองได้ว่า Dynatrace จะมาเป็นผู้ช่วยของคุณในการพัฒนาแอปพลิเคชัน และลดภาระงานภายในองค์กรของคุณได้ ทำให้คุณมีเวลามากขึ้นในการนำไปพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ หรือแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่จะมาตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในอนาคต

ไว้เจอกันใหม่ในบทความถัดไปนะคะ


Comments


bottom of page